นกฟินซ์ นิสัย สายพันธุ์ ข้อควรรู้ ! ก่อนนำมาเลี้ยง

นกฟินซ์ นิสัย สายพันธุ์ ข้อควรรู้ ! ก่อนนำมาเลี้ยง

นกฟินซ์ (Finches) นกขนาดเล็กตัวจิ๋ว น่ารัก น่าเอ็นดู มีสีที่สวย เลี้ยงดูง่าย เหมาะสำหรับมือใหม่ที่กำลังมองหานกน่ารักๆ สักตัวไว้เป็นเพื่อน คลายเหงา วันนี้เกลอแก๊งจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ “นกฟินซ์”

สารบัญ

ข้อมูลทั่วไปของนกฟินซ์

นกฟินซ์ นกตระกูลนี้แยกสายพันธุ์เป็นนกชนิดต่างๆ อีกหลายร้อยชนิด สายพันธุ์นกฟินซ์มาจากนกที่อยู่ในวงศ์ นกกระจาบ (Estrildidae) เช่น ซีบร้าฟินซ์ (zebra finch), นกฟินซ์ 7 สี (gouldian finch), บิชิโน่ฟินซ์ หรือ ฟินซ์นกฮูก (owl finch) ถิ่นกำเนิดของตระกูลนกฟินซ์อยู่ในเขตร้อน เช่น แอฟริกา ออสเตรเลีย และเอเชีย อายุขัยของนกฟินซ์จะอยู่ที่ประมาณ 6-7 ปี

อย่างไรก็ตามนกในตระกูล นกฟินซ์ ทุกชนิด จะมีรูปร่างลักษณะขนาดเล็ก มีลวดลายที่สวยงาม เลี้ยงดูง่าย แทบจะไม่สิ้นเปลืองทั้งอาหารและกรงที่อยู่อาศัย และยังเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักนกที่อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์หรือคอนโดมิเนียม ฝูงนกฟินช์ตัวเล็กๆ จะไม่ส่งเสียงดัง แถมเสียงของนกฟินซ์ยังนุ่มนวลและค่อนข้างผ่อนคลายอีกด้วย

นกฟินซ์ 3 สายพันธุ์ ที่คนนิยมเลี้ยง

  • ซีบร้าฟินซ์ (zebra finch)
สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง ซีบร้าฟินซ์

ซีบร้าฟินซ์มีขนาดเล็ก แต่ไม่ใช่นกฟินช์ที่มีขนาดเล็กเล็กที่สุด ชื่อซีบร้าฟินซ์ มาจากลายทางม้าลายที่พาดผ่านคอ อก โดยเฉพาะจากหางจะมีสีขาวดำ ตัวผู้สีมีสีเทาและมีสีดำที่ตา มีสีแดงสดที่แก้ม และจะงอยปากสีแดงสดเมื่อโตเต็มที่ตัวเมียจะมีสีจะงอยปากที่อ่อนกว่า คือสีส้มอ่อน

  • นกฟินซ์ 7 สี (gouldian finch)
สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง นกฟินซ์ 7 สี

นกฟินซ์ 7 สี ได้รับการยกย่องว่าเป็นนกที่มีขนงดงามที่สุด เป็นสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยทั่วไปจะมีความแตกต่างคือสีของหัว เช่น หัวดำ หัวแดง และ หัวส้ม ซึ่งส่วนใหญ่จะมี หัวสีดำ นกฟินซ์ 7 สี สามารถแยกเพศได้อย่างเห็นได้ชัด คือ ตัวผู้จะมีสีขนที่สว่างกว่าตัวเมีย

ทำความรู้จักฟินซ์ 7 สี เพิ่มเติม >> นกฟินซ์ 7 สี นกที่ใครก็อยากเลี้ยง

  • บิชิโน่ฟินซ์ หรือ ฟินซ์นกฮูก (owl finch)
สายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยง บิชิโน่ฟินซ์

สีของบิชิโน่ฟินซ์ อาจจะสู้สีของฟินซ์ 7 สี และซีบร้าฟินซ์ไม่ได้ แต่จะมีลักษณะโดดเด่นอย่างอื่นคือ จะมีหน้าตาเหมือนกับนกฮูก มีแถบสีดำที่ชัดเจนสองแถบด้านบนและด้านล่างของหน้าอก มีสีเบจขาวล้อมรอบใต้คาง ปีกมีสีน้ำตาลมีจุดสีขาว และ ทั้งหน้าเป็นสีขาว จะงอยปากสีเทาและตาเป็นสีดำ

การดูแลนกฟินซ์

นกฟินซ์สามารถอาศัยอยู่ร่วมกันได้ทั้งสายพันธุ์เดียวกัน และสายพันธุ์อื่น หากคุณมีนกที่เลี้ยงไว้อยู่แล้ว ก็สามารถนำนกฟินซ์ปล่อยลงไปได้เลย เนื่องจากนกฟินซ์เป็นสัตว์ที่เข้าสังคมได้ดี แต่ไม่แนะนำให้เลี้ยงร่วมกับนกแก้วเพราะอาจจะทำร้ายนกฟินซ์ได้

แต่โดยทั่วไปแนะนำว่าผู้ที่เลี้ยงนกฟินช์ควรสัมผัสกับนกฟินซ์ให้น้อยที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการทำให้นกฟินซ์ตกใจและอาจทำให้นกฟินซ์เครียด จึงจำเป็นที่จะต้องหากรงขนาดใหญ่ เนื่องจากนกฟินซ์ใช้เวลาส่วนใหญ่ในกรง และให้นกฟินซ์ได้มีพื้นที่ขนาดใหญ่ในการบิน

แนะนำให้เลี้ยงนกฟินซ์เป็นคู่หรือเป็นฝูงเล็ก แทนที่จะเลี้ยงไว้ตามลำพัง เพราะนกที่ถูกเลี้ยงไว้ตามลำพังโดยไม่มีเพื่อนมักจะไม่แข็งแรง จิตใจและอารมณ์ไม่มั่นคง

กรงสำหรับนกฟินซ์

แนะนำให้กรงมีความยาวอย่างน้อย 60 x  40 x 40 ซม. แม้ว่านกฟินซ์จะเป็นนกตัวเล็ก แต่ก็ต้องการกรงขนาดใหญ่ เพราะจะทำให้นกฟินซ์สามารถบินได้อย่างอิสระ กระฉับกระเฉง และช่วยให้นกฟินซ์มีสุขภาพที่ดี

ความยาวมีความสำคัญมากกว่าความสูงของกรง หากคุณมีกรงที่สูงและสั้นกว่า แนะนำให้ใส่อาหารและน้ำไว้ที่ด้านล่างของกรงเพื่อให้นกได้ออกกำลังกายโดยบินขึ้นและลง นอกจากนี้ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระยะห่างระหว่างกรงนั้นเหมาะสมสำหรับนกฟินช์หรือไม่ เพื่อป้องกันนกฟินซ์ติดช่องระหว่างกรง หรืออาจหลบหนีได้หากช่องระหว่างกรงนั้นมีขนาดใหญ่

นกฟินซ์พูดได้หรือไม่

นกฟินซ์ไม่สามารถพูดหรือส่งเสียงหวีดแบบนกแก้วได้ โดยการออกเสียงส่วนใหญ่ของนกฟินซ์จะออกเสียง “ปี๊บ” ดังนั้นนกฟินซ์จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนรักนกที่อยู่หอพักหรือคอนโดฯ ที่กำลังมองหานกน่ารักไว้เลี้ยงคลายเหงา 

สาระน่ารู้ มีเพียงนกฟินซ์ 7 สี (gouldian finch) ตัวผู้เท่านั้น ที่สามารถร้องเพลงได้

อาหาร

อาหารทั่วไปของนกฟินซ์จะเป็นเมล็ดข้าวชนิดต่างๆ ขนาดเล็ก เช่น ข้าวผสมของนกคีรีบูน เมล็ดข้าวฟ่าง และสามารถทานผักใบเขียวได้ เช่น คะน้า บร็อคโคลี่ และแครอท ในช่วงฤดูผสมพันธุ์แนะนำให้อาหารที่มีส่วนประกอบของแมลง เพราะแมลงอุดมไปด้วยโปรตีนและช่วยลดความอยากอาหารของนกฟินซ์ได้

กรณที่ต้องการเปลี่ยนอาหารนกฟินซ์เป็นอาหารเม็ด แนะนำให้ทีละน้อยโดยผสมอาหารเม็ดกับเมล็ดพืชหรือเมล็ดข้าว เป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ หากเปลี่ยนอาหารกระทันหันนกฟินซ์บางตัวอาจไม่รู้ว่านั่นคืออาหาร

การให้อาหารเป็นพืชผัก ควรใส่ไว้ในกรงประมาณ 6-8 ชั่วโมง แล้วนำออก ไม่ควรนำทิ้งไว้ในกรงปล่อยให้แห้งหรือเน่า เพราะหากนกฟินซ์มากินอีกครั้งอาจทำให้ท้องเสียได้

สุขภาพ

เนื่องจากนกฟินซ์เป็นนกขนาดเล็ก อาจต้องระมัดระวังในการดูแลเป็นพิเศษ เพราะนกเล็กๆ นั้นบอบบางอาจทำให้ป่วยหรือตายง่ายในเวลาอันสั้น 

โรคที่อาจพบในนกฟินซ์

  • นกฟินซ์มีแนวโน้มจะติดเชื้อไรถุงลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีความเครียดมากเกินไป ซึ่งถือเป็นอาหารที่ร้ายแรง จำเป็นต้องพบติดเชื้อไรถุงลมในทันที
  • นกฟินซ์อาจไวต่อการตกสะเก็ดบนใบหน้า (เกิดจากไร เป็นสีขาวตกสะเก็ดบริเวณรอบปาก ตา และขา) ควรรีบนำไปพบสัตวแพทย์ด้วยเช่นกัน
  • นกฟินซ์อาจมีเล็บหรือจะงอยปากรกได้ ควรให้ช่างหรือสัตวแพทย์ที่มีประสบการณ์มาตัดแต่งให้

การผสมพันธุ์

นกฟินซ์จะใช้กล่อ’หรือรังสำหรับผสมพันธุ์ ดังนั้นเราควรมีรังเพาะดีๆ ขนาดที่พอเหมาะเตรียมไว้ให้นกฟินซ์ โดยจะวางไข่ 4-7 ฟองต่อวัน ตัวผู้และตัวเมียจะผลัดกันฟักไข่เป็นเวลา 15-16 วัน  เมื่อลูกฟักออกมาทั้งตัวผู้และตัวเมียจะผลัดกันป้อนอาหารลูกป้อนเป็นเวลา 21-25 วัน จนกว่าจะออกจากรัง และพ่อแม่จะเลี้ยงลูกต่อไปอีก 2-3 สัปดาห์หลังจากที่ลูกได้ฟักออกมา

เมื่อลูกนกไม่ได้กินอาหารจากพ่อแม่แล้วก็สามารถแยกเข้ากรงของตัวเองได้และจะผ่านการลอกคราบเมื่ออายุ 4-6 เดือน โดยจะค่อยๆ ผลัดขนที่สวยงามและมีลวดลาย ตามแต่ละสายพันธุ์ออกมา โดยนกฟินซ์ขนจะสวยที่สุดเมื่อโตเต็มวัย อายุประมาณ 6 เดือน

ข้อดี

  • เสียงร้องที่เงียบและเบา สัตว์เลี้ยงที่ดีสำหรับเลี้ยงที่หอหรือคอนโด
  • ไม่ต้องใช้เวลาออกบินข้างนอก
  • เหมาะสำหรับเป็นนกสัตว์เลี้ยงตัวแรกที่ดี
  • ดูแลง่าย เลี้ยงง่าย

ข้อเสีย

  • ไม่เข้าสังคมกับมนุษย์
  • ต้องการกรงที่ใหญ่สำหรับการบิน
  • ไม่ชอบอยู่ตัวลำพัง

สรุป

นกฟินซ์เป็นนกขนาดเล็ก เลี้ยงงง่าย  โดยที่นิยมเลี้ยงในหมู่มาก คือ นกฟินซ์ 7 สี เป็นนกที่ เสียงร้องที่เงียบและเบา มีนิสัยกระตือรือร้นและสนุกสนาน สามารถอยู่ร่วมกับนกสายพันธุ์อื่นได้ เป็นนกที่เข้าสังคมกับนกด้วยกันได้ดีแต่ไม่นิยมเข้าสังคมกับมนุษย์

ใส่ความเห็น